ปัญหาระบบย่อย เกี่ยวเนื่องกับ “อาการแพ้อาหาร”

ปัญหาระบบย่อย เกี่ยวเนื่องกับ “อาการแพ้อาหาร”

คือ เมื่อเราแพ้ อาการก่อให้เกิดการอักเสบแก่ลำไส้ เมื่อลำไส้เริ่มอักเสบ คนที่ไม่เคยมีประวัติแพ้อาการก็จะมีอาการแพ้อาหารสูงมาก
หรือ ในทางกลับกัน ผู้ที่ทานอาหารที่ตัวเองแพ้ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ไปนานๆ ก็ก่อให้เกิดภาวะลำไส้รั่วได้ เช่น กรณีการแพ้อาหารแฝง
ซึ่งอาการจะไม่ได้ เกิดทันทีเมื่อรับประทาน แต่มักจะเกิดหลังจากทานอาหารไปแล้ว หลายชั่วโมง หรือ หลายวัน
ทำให้คนส่วนมาก ไม่ทราบว่า อาการดังกล่าวเกิดจากการแพ้อาหารแฝง
เพราะกว่าจะมีอาการก็ลืมไปแล้วว่าตัวเองกินอะไรไปบ้าง
และ มักจะมีอาการ เพียงเล็กน้อย จนไม่สังเกตุว่ามันคืออาการผิดปกติ เช่น อาการท้องอืด แน่นท้อง อ่อนเพลีย ผื่นคันเล็กน้อย และ เดี่ยวก็หายเอง

นายแพทย์ สเตฟาน เรซท์ซาฟเฟน ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพ้อาหาร ร่วมกับผู้ก่อตั้งสถาบันโอเมก้าเพื่อการศึกษาอย่างองค์รวม ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำว่า

คนจำนวนมากแพ้อาหารโดยไม่รู้ตัว และ อาการแพ้ก็แตกต่างกันไป แบ่งเป็น
  1. การแพ้แบบถาวร คือ แพ้อาหารนั้นตลอดชีวิต ทุกครั้งที่เผลอทานจะมีอาการ
  2. แพ้แบบแปรผัน คือ แพ้เป็นช่วงๆ และ อาจจะกลับคืนมากินอาหารนั้นใหม่ได้อีก ทั้งนี้การกลับมากินใหม่ ทั้ง การกลับมากินใหม่ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะกินได้ตลอด หรือ เว้นระยะ 3-4 วัน จึงกลับมากินได้อีกครั้ง โดยไม่เกิดอาการ หรือ บางคน แพ้นมวัว แต่อาจจะบริโภคโยเกริต์ นมวัวได้

อาหารแพ้มีหลากหลายชนิด แต่ละคนจะแตกต่างกัน
บางคนมีอาหารไม่รุนแรง เช่น เป็นผื่น หรือ เป็น สิว ปวดหัว ง่วงนอน คันที่ตา ไปจนถึงอาหารที่มากขึ้น เช่น ท้องเสีย แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก
และ ที่ร้านคือ อาจกลายเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำร้านตัวเอง ( auto immune disorder) เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

สามารถค้นหาได้ หลายวิธี เช่น ทดสอบ ทางผิวหนัง ตรวจหาจากเลือด ส่วนมากผลจะออกมาพบว่า แพ้หลายอยางมาก ทั้งที่กินเป็นประจำและไม่ได้กินเลย จนไม่รู้ว่าจะทานอะไรดี

สำหรับใครที่มีปัญหา หรือ ต้องการทดสอบด้วยตนเองว่าแพ้อะไร สามารถปฏิบัติดังนี้
  1. โดยการงดอาหารที่อยู่กลุ่มเสี่ยง เป็นเวลา 3 สัปดาห์
    ซึ่ง อาหารที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง คือ
    กลูเตน (ซึ่งโดยมาก อยู่ในรูปแบบ ของแปรรูป เช่น ขนมปัง ขนม เส้น พาสต้า แป้งพิซซ่า)
    นม และ ผลิตภัณฑ์ จากนม
    ไข่ (รวมถึงใน ขนมเค้ก หรือ เบเกอรี่ ในท้องตลอดส่วนมาก)
    ถั่วเหลือง
    ข้าวโพด
    และ ถั่วลิสง
  2. สังเกตุความรู้สึก หรือ อาการในช่วงที่งด
    หลังจากนั้น ให้ลองนำอาหารที่งดไปกลับมาวันละชนิด พร้อมสังเกตุ อาการ
    (แนะนำให้จด บันทึกไว้)
    หากทานอาหารที่นำกลับมา แล้ว มีอาการผิดปกติ เกิดขึ้น นั้นให้งดอาหารดังกล่าวไป เลย และ พอร่างกายกลับมาเป็นปกติ อาจจะ นานๆ ทานทีละเล็กน้อย ถ้ามีอาการอีก ก็ให้งดไปเลย
    ให้หมั่นสังเกตุ อาการที่ร่างกายตอบสนอง ตลอดค่ะ

อ้างอิงจาก หนังสือ ลำไส้ดี ไม่มีโรค

0/5 (0 Reviews)